ตำนาน “ ชา ” ในประเทศไทย

Share :

ตำนาน “ ชา ” ในประเทศไทย



     "ชา" เป็นพืชพื้นเมืองของไทย มีการเจริญเติบโตมาอย่างยาวนาน ควบคู่มากับวัฒนธรรมการบริโภคเหมี้ยง (ใบชาอัสสัมหมัก) ของชาวล้านนาแต่โบราณ ต้นชาป่าพบได้กระจายทั่วไปตามภูเขาในแถบภาคเหนือ ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ และน่าน อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมการเพาะปลูก และผลิตใบชาเพื่อใช้เป็นใบชาแห้งสำหรับชงดื่มในประเทศไทย

  • พ.ศ. 2480 เริ่มมีการบันทึกครั้งแรก โดยคุณประสิทธิ์ และคุณประธาน พุ่มชูศรี ทั้งสองท่านได้จัดตั้งโรงงานชาขนาดเล็กขึ้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และรับซื้อใบชาสดจากชาวบ้านที่ปลูกมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นใบชา
  • พ.ศ. 2482 จึงได้เริ่มปลูกสวนชาเป็นของตนเอง และมีการขยายพื้นที่การปลูกเพิ่มมากขึ้น
  • พ.ศ. 2483 โดยปลัดกระทรวงเกษตร หม่อมหลวงเพชร สนิทวงศ์) อธิบดีกรมเกษตร (คุณพระช่วงเกษตร ศิลปากร) และกัวหน้ากองพืชสวน (หม่อมเจ้าลักษณากร เกษมสันต์) ได้สำรวจหาพื้นที่เพื่อปลูกชาที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และได้เลือกพื้นที่บริเวณโป่งน้ำร้อนเป็นสถานีทดลองปลูกชา
  • .ศ. 2517 ฝ่ายรักษาความมั่นคงของชาติได้เริ่มโครงการปลูกชาในแปลงชาสาธิต
  • .ศ. 2518 พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ได้มอบพันธุ์ชาจากประเทศใต้หวันให้แก่ นายพล ต้วน ซี เหวิน เพื่อนำมาปลูกที่ดอยแม่สะลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
  • .ศ. 2522 คณะกรรมการหมู่บ้านนำโดย นายพล ต้วน ซี เหวิน อดีตผู้นำกองพล 93 ได้รวมหุ้นจัดตั้งเป็นสหกรณ์หมู่บ้าน และมีการส่งเสริมการปลูกชาอย่างจริงจัง ต่อมาจึงมีการขยายพันธุ์ชา และนำชาจีนหลากหลายสายพันธุ์เข้ามาปลูกเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย นอกจากนั้นยังมีการนำพันธุ์ชาที่ได้รับการวิจัย และปรับปรุงพันธุ์จากประเทศใต้หวันมาปลูกเพิ่มมากขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทำให้การปลูกชามีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ

 

     ปัจจุบันมีการเพาะปลูก และผลิตชากันมากในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ คิดเป็นประมาณการ ร้อยละ 80-90 ของพื้นที่การเพาะปลูก และผลิตชาในประเทศไทย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก teatimeterrace

 

Created : 08-09-2019


บทความที่น่าสนใจ

7 ประโยชน์ดี ๆ ที่ “ทุเรียน” มีให้คุณ
เคี้ยวประโยชน์ เคี้ยวอร่อย เคี้ยวนมอัดเม็ด



Adsense SEOlnwza