บทความ


“แลคโตส” ในนม สัญญาณอันตรายที่คุณอาจแพ้

แลคโตส คืออะไร?

แลคโตส คือ น้ำตาลชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ ที่ประกอบไปด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวทั้งสองชนิดรวมกัน คือ น้ำตาลกลูโคส และน้ำตาลกาแลคโตส

แลคโตส พบได้จากไหน?

น้ำตาลแลคโตส เป็นน้ำตาลที่พบได้ในน้ำนมของสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น นมวัว นมแพะ และนมจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ รวมไปถึงนมแม่ และอาหาร รวมไปถึงขนมที่มีนมเหล่านี้เป็นส่วนประกอบด้วย เช่น คุกกี้ เค้ก เบเกอรี่ต่างๆ เป็นต้น

อาการแพ้น้ำตาลแลคโตส

โดยสาเหตุมาจากความผิดปกติของลำไส้เล็กที่ไม่สามารถผลิตเอนไซม์แลตเตสที่ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสโดยเฉพาะได้เพียงพอ จึงทำให้น้ำตาลแลคโตสที่เป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ไม่ได้ถูกย่อยให้แยกออกมาเป็นน้ำตาลโมโลกุลเดี่ยว (กลูโคส และกาแลคโตส) จนน้ำตาลแลคโตสที่ไม่สามารถดูดซึมในร่างกายได้ส่งผ่านต่อไปที่ลำไส้ใหญ่ และเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่เข้าย่อยแลคโตส จนเกิดเป็นแก๊ส และของเหลวในลำไส้ จนทำให้มีอาการผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้น ดังนี้

แน่นท้อง ท้องอืด

ปวดท้อง

ผายลมบ่อย

คลื่นไส้ อาเจียน

ท้องเสีย ถ่ายเหลว

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่แพ้แลคโตสอาจมีความเสี่ยงได้รับแคลเซียม หรือวิตามินดีไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นจึงควรดื่มนมจากถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ หรือหาวิธีทดแทนแคลเซียมที่ขาดหายไปจากการดื่มนมให้ได้ เช่น อาจทานวิตามินเสริม หรือทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มีแคลเซียมสูง เป็นต้น

 

ด้วยความปราถนาดีจาก นมมะพร้าวอัดเม็ดออร์แกนิค ตราแมนเนเจอร์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

ไอเดียการใช้มะพร้าวเพื่อสุขภาพ

มะพร้าว (coconut) เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณหลายอย่างที่สามารถเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยให้ดีขึ้นได้ แถมมะพร้าวยังช่วยลดระดับความดันโลหิต เนื่องจากเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เราลองมาดูกันว่ามะพร้าวมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านไหนบ้าง

ไอเดียการใช้มะพร้าวเพื่อสุขภาพ

มะพร้าวสามารถนำมาใช้รักษาโรค บำรุงร่างกายได้หลายอย่าง ช่วยลดน้ำหนัก กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ใช้ล้างสารพิษในร่างกาย และนำมาใช้รักษาอาการผดผื่นคันได้เป็นอย่างดี ซึ่งไอเดียการนำมะพร้าวมาใช้เพื่อสุขภาพก็มีดังนี้

1.ล้างสารพิษ หากอยากดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกาย น้ำมะพร้าวจัดว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีความเป็นด่างสูง ทำให้ร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น ส่งผลทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดื่มเป็นประจำ รับรองสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยง่ายแน่นอน

2.ลดความอ้วน น้ำมันมะพร้าวทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น ทำให้น้ำหนักตัวลดลง จากการทดลองพบว่าผู้ที่รับประทานน้ำมันมะพร้าววันละ 30 มิลลิกรัมต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ จะมีดัชนีมวลกายลดลง

3.รักษาอาการผดผื่น ผดผื่นคันที่เกิดจากอาการแพ้หรือเชื้อแบคทีเรีย สามารถรักษาได้ด้วยการชโลมน้ำมันมะพร้าวลงไปบนผิวหนังที่มีอาการแพ้ น้ำมันมะพร้าวจะช่วยลดการติดเชื้อให้น้อยลง ทำให้ผดผื่นคันลดลง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

4.ป้องกันนิ่ว น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ช่วยลดการเกิดนิ่ว ป้องกันการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ การดื่มน้ำมะพร้าวสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง จึงสามารถลดขนาดนิ่วในไตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เชื่อหรือไม่ว่าการดื่มน้ำมันมะพร้าวอ่อน จะช่วยบำรุงสุขภาพทางเพศให้ดีขึ้นได้ จากผลการทดลองพบว่าผู้ที่ทานน้ำมันมะพร้าวอ่อนบ่อย ๆ จะช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศให้สูงขึ้น

 

ประโยชน์ของมะพร้าวมีดีเพื่อสุขภาพด้วยกันหลายด้าน เพราะเต็มไปด้วยวิตามินแร่ธาตุหลายชนิด ดื่มเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี แถมไม่ทำให้อ้วน และยังดีต่อการบำรุงผิวพรรณอีกด้วย

 

ด้วยความปราถนาดีจาก นมมะพร้าวอัดเม็ดออร์แกนิค ตราแมนเนเจอร์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.honestdocs.com

ตำนาน “ ชา ” ในประเทศไทย

"ชา" เป็นพืชพื้นเมืองของไทย มีการเจริญเติบโตมาอย่างยาวนาน ควบคู่มากับวัฒนธรรมการบริโภคเหมี้ยง (ใบชาอัสสัมหมัก) ของชาวล้านนาแต่โบราณ ต้นชาป่าพบได้กระจายทั่วไปตามภูเขาในแถบภาคเหนือ ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ และน่าน อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมการเพาะปลูก และผลิตใบชาเพื่อใช้เป็นใบชาแห้งสำหรับชงดื่มในประเทศไทย

พ.ศ.2480 เริ่มมีการบันทึกครั้งแรก โดยคุณประสิทธิ์ และคุณประธาน พุ่มชูศรี ทั้งสองท่านได้จัดตั้งโรงงานชาขนาดเล็กขึ้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และรับซื้อใบชาสดจากชาวบ้านที่ปลูกมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นใบชา

พ.ศ. 2482 จึงได้เริ่มปลูกสวนชาเป็นของตนเอง และมีการขยายพื้นที่การปลูกเพิ่มมากขึ้น

พศ. 2483 โดยปลัดกระทรวงเกษตร หม่อมหลวงเพชร สนิทวงศ์) อธิบดีกรมเกษตร (คุณพระช่วงเกษตร ศิลปากร) และกัวหน้ากองพืชสวน (หม่อมเจ้าลักษณากร เกษมสันต์) ได้สำรวจหาพื้นที่เพื่อปลูกชาที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และได้เลือกพื้นที่บริเวณโป่งน้ำร้อนเป็นสถานีทดลองปลูกชา

.ศ. 2517 ฝ่ายรักษาความมั่นคงของชาติได้เริ่มโครงการปลูกชาในแปลงชาสาธิต

.ศ. 2518 พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ได้มอบพันธุ์ชาจากประเทศใต้หวันให้แก่ นายพล ต้วน ซี เหวิน เพื่อนำมาปลูกที่ดอยแม่สะลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

.ศ. 2522 คณะกรรมการหมู่บ้านนำโดย นายพล ต้วน ซี เหวิน อดีตผู้นำกองพล 93 ได้รวมหุ้นจัดตั้งเป็นสหกรณ์หมู่บ้าน และมีการส่งเสริมการปลูกชาอย่างจริงจัง ต่อมาจึงมีการขยายพันธุ์ชา และนำชาจีนหลากหลายสายพันธุ์เข้ามาปลูกเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย นอกจากนั้นยังมีการนำพันธุ์ชาที่ได้รับการวิจัย และปรับปรุงพันธุ์จากประเทศใต้หวันมาปลูกเพิ่มมากขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทำให้การปลูกชามีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ

ปัจจุบันมีการเพาะปลูก และผลิตชากันมากในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ คิดเป็นประมาณการ ร้อยละ 80-90 ของพื้นที่การเพาะปลูก และผลิตชาในประเทศไทย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.teatimeterrace.com

ดื่มนมยังไง.....ช่วยลดความอ้วน

          นมสดสีขาวธรรมดาๆเนี้ยแหละที่มีส่วนช่วยควบคุมเมตาโบลิซึม หรือขบวนการเผาผลาญของร่ายกายได้อย่างดี เพราะแคลเซียมในนมจะมีผลไปขัดขวางการสร้าง และสะสมไขมัน เมื่อมีการสร้าง และสะสมไขมันลดลงแล้ว ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น ซึ่งให้ผลลัพท์ดีกว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใดๆ ในโลกเสียอีก

          จากการทดลองที่เชื่อถือได้ในสหรัฐอเมริกา โดยการทดลองใน 24 สัปดาห์ พบว่า ผู้ที่บริโภคนมพาสเจอร์ไรซ์ไขมันต่ำในปริมาณ 3-4 ขวด หรือจะให้นับง่ายๆ ก็เท่ากับการดื่ม นมสดเมจิพาสเจอร์ไรซ์ชนิดพร่องมันเนยขนาด 180 มิลลิลิตรจำนวน 3-4 ขวด ต่อวัน จะสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มนม สูตรนี้จะช่วยพิชิตพุงน้อยๆ ของเรา เพราะนมจะช่วยในการช่วยเผาผลาญไขมันบริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในนมนั้นมีแคลเซียมซึ่งเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักได้ เพราะแคลเซียมจะไปขัดขวางการสร้างหรือการสะสมไขมัน จะช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

  •  ควรเลือกนมชนิดที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูง แต่ให้พลังงานต่ำ

 เช่น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตพร้อมดื่มพร่องมันเนย ต้องเป็นรสธรรมชาติหรือรสจืดเท่านั้น เนื่องจากปราศจากน้ำตาล

  •  ดื่มอย่างน้อยวันละ 3 แก้ว/วัน หรือมากสุด 3 – 4 ขวด/วัน ขนาด180มิลลิลิตร
  • สามารถนำไปทานร่วมกับธัญพืช ผลไม้ หรือผสมกับเครื่องดื่มบางชนิดแทนน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม
  • ไม่ควรผสมในกับเครื่องดื่มที่ร้อนเกินไปจะทำให้นมสูญเสียแคลเซียม

         

          นมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการเจริญเติบโตที่ทุกวัยสามารถดื่มได้ แถมยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วยไม่ต่างจากอาหารคลีนหรืออาหารเพื่อสุขภาพเพราะฉะนั้นสายคลีนก็สามารถดื่มนมได้เช่นกัน แต่ถ้าให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้นอย่าลืมออกกำลังควบคู่กันไปด้วยนะครับเพราะ kleen อยากให้ทุกคนมีสุภาพที่ดี

ทำไมนมอัดเม็ดจิตรลดา เป็นมิตรกับคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

นมอัดเม็ดจิตรลดาเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม           

          นมเม็ดจิตรลดาที่แตกไม่เข้ารูป จะถูกนำไปผลิตเป็นนมอัดเม็ดสำหรับสัตว์เลี้ยง ส่วนน้ำจากการระเหยระหว่างกระบวนการผลิตนมอัดเม็ด มีความบริสุทธิ์สูง สามารถนำมาผลิตเป็นน้ำกลั่นสำหรับเติมแบตเตอรี่รถยนต์ และกลายมาเป็นน้ำดื่มต่อได้ จึงทำให้โรงงานนมอัดเม็ดจิตรลดามีกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพสูงสุดในทุกขั้นตอน

 

นมอัดเม็ดจิตรลดาเป็นมิตรกับสัตว์

          นอกจากนี้โคนมที่เลี้ยงเอาไว้ในโครงการ จะได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีตลอดชีวิต หลังจากรีดนมวัวเพื่อการผลิตนมถึง 15 ปี แม่วัวจะถูกปลดจากโรงโคนม แล้วนำไปเลี้ยงดูต่อที่โครงการชั่งหัวมัน จังหวัดเพชรบุรีต่อไป

 

นมอัดเม็ดจิตรลดาเป็นมิตรกับคน

          ทุกขั้นตอนในการผลิตล้วนแล้วแต่ละเอียดอ่อน และเต็มไปด้วยความใส่ใจ พนักงานจะได้รับการย้ำเตือนว่า สิ่งที่ทำอยู่ เป็นหนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ ที่มุ่งเน้นความสำคัญไปที่ประชาชนที่จะได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนไทย ทั้งในโรงงาน และผู้ที่นำไปจำหน่ายในร้านค้าอีกด้วย

ประโยชน์ของนมอัดเม็ดจิตรลดา

          นมอัดเม็ด ทำให้ได้รับประโยชน์ และรสชาติอร่อยหอม ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และส่วนที่สึกหรอ มีแคลเซียม และวิตามินต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และเสริมสร้างกระดูกของคนทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ยังมีรสชาติดี รูปร่างคล้ายขนม จึงเป็นที่นิยมของเหล่าเด็กๆ สามารถหยิบออกมาทานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา (หลังทานนมอัดเม็ดควรดื่มน้ำตาม เพื่อช่วยละลายความเข้มข้นของนมในกระเพาะอาหารด้วย)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com

กรดลอริก กรดมหัศจรรย์ใน “มะพร้าว”

“กรดลอริก” คือ

กรดลอริก (Lauric Acid) คือไขมันอิ่มตัวชนิดหนึ่ง ที่มีอยู่ในน้ำนมแม่ และ น้ำกะทิ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวอื่นๆ เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยน “กรดลอริก” ให้เป็น “โมโนลอริน” ที่มีคุณสมบัติเหมือนยาปฏิชีวนะ

 

ประโยชน์ของ “กรดลอริก”

คุณสมบัติเด่น คือ  ต้านทานได้ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อยืสต์ เชื้อโปรโตรซัว และเชื้อไวรัส และยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดการอักเสบ ทำลายเชื้อโรค ฯลฯ

 

“กรดลอริก” ใช้รักษาโรคอะไรบ้าง?

กรดลอริก ในทางการแพทย์เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาและบรรเทาหลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดลมอักเสบ โรคหนองในแท้ โรคเชื้อรา การติดเชื้อในลำไส้ที่เกิดจากปรสิต โรคกลากเกลื้อน ไข้หวัดทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ โรคเริมริมฝีปาก อาการติดเชื้อ HSV ฯลฯ ที่สำคัญ “กรดลอริก” ยังสามารถป้องกันเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้ด้วย

 

 

ทุเรียนกินถูกวิธี ไม่อ้วน แถมได้ประโยชน์กับสุขภาพ

เลือกทุเรียนสีเหลืองเข้ม

เช่น พันธุ์ชะนีไข่ และพวงมณี เนื่องจากมีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งเบต้าแคโรทีนช่วยในการบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก ชะลอการเสื่อมของกระจกตาในผู้สูงอายุได้

 

ทุเรียนยิ่งสีเข้มยิ่งดี

ทุเรียนถ้ายิ่งมีสีเข้มจะมีสารแคโรทีนอยด์สูงตามไปด้วย สารนี้จะช่วยทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์ภายในร่างกาย ซึ่งมีความสำคัญในการแบ่งตัวของเซลล์ และยังช่วยบำรุงผิวพรรณได้ด้วย

 

ทุเรียนมีโฟเลตสูง

โฟเลตช่วยบำรุงสมอง ช่วยป้องกันโรคหลงลืมได้ หรือคนท้อง โฟเลตจะช่วยให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตปกติ แต่ถ้าคนท้องกินมากจะทำให้น้ำหนักตัวขึ้นเร็ว อาจส่งผลทำให้เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นควรกินแค่ 1-2 เม็ด

 

ทุเรียนมีเส้นใยอาหารสูง

ทุเรียนมีเส้นใยอาหารประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ (แล้วแต่สายพันธุ์)

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : health.kapook.com

 

น้ำมะพร้าว VS น้ำกะทิ กับประโยชน์ที่คุณอาจไม่เคยรู้

น้ำมะพร้าว

  • ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อร่างกายจากเหล่าอนุมูลอิสระ   
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ
  •  ช่วยป้องกันการเกิดโรคไต และนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  • ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและไตรกลีเซอไรด์ได้

น้ำกะทิ

  • ช่วยควบคุมน้ำหนักเพราะมันมีกรดไขมัน ที่ย่อยง่าย
  • เนื้อมะพร้าวสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีได้
  • ในกะทิมีสารช่วยต่อต้านแบคทีเรีย และสารต่อต้านเชื้อรา
  • สารแอนตี้ออกซิเด้นท์และกรดลอริกในน้ำกะทิสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

 

curejoy

 

Coconut Milk ประโยชน์อัดแน่นเต็มๆเม็ด

Coconut Milk เป็นนมมะพร้าวอัดเม็ดที่ทำมาจากผงเนื้อมะพร้าวบริสุทธิ์ โดยปราศจากส่วนผสมของนมวัวซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่ผู้แพ้นมวัว นมถั่วเหลือง หรือผู้ไม่ทานเนื้อสัตว์ (มังสะวิรัติ)

 

เนื่องจากนมมะพร้าวอัดเม็ดทำมาจากเนื้อมะพร้าวบริสุทธิ์ ที่มีส่วนประกอบของกรดลอริก (Lauric Acid) ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัวชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในน้ำนมแม่ และ น้ำกะทิ เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยน “กรดลอริก” ให้เป็น “โมโนลอริน”

 

สรรพคุณที่เด่นๆ

  • ต้านทานได้ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อยืสต์ เชื้อโปรโตรซัว และเชื้อไวรัส
  • ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยลดการอักเสบ
  • ไม่ทำลายกับจุลินทรีย์ดีๆ ในลำไส้ จึงไม่อันตรายกับร่างกายแน่นอน
  • ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง สิว ฝ้า กระ หูด

 

 

 

ชะลออัลไซเมอร์ ด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน

‘น้ำมะพร้าวอ่อน’ ยาชะลอ อัลไซเมอร์ ฝีมือนักวิจัย มอ.

แต่ละปีมีผู้หญิงทั่วโลกเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนอย่างถาวรประมาณ 50 ล้านคน เนื่องจากไม่มีฮอร์โมนจากรังไข่ มากระตุ้นมดลูกอีกต่อไป ผลข้างเคียงที่สำคัญอันเกิดจากการหมดประจำเดือนคือ โรคหัวใจ กระดูกผุ สตรีวัยทองมักได้รับฮอร์โมนทดแทน และพบอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ในสตรีวัยทองที่ได้รับฮอร์โมนลดลง

  ในสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นับล้านคน ส่วนประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์กว่าแสนคน หากได้รับฮอร์โมนทดแทนนานมากกว่า 5 ปี ขึ้นไป จะพบผลข้างเคียงอื่นๆ มากขึ้น ที่พบได้บ่อยก็คือมะเร็งต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงมีความพยายามหาสารหรือพืชทดแทนจากธรรมชาติมาทดแทนฮอร์โมนสังเคราะห์

  ทั้งนี้ ปัจจุบันมีงานวิจัยเกี่ยวกับถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ซึ่งมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เพื่อนำมาเป็นฮอร์โมนทดแทนและพบว่าสตรีวัยทองชาวอเมริกัน ที่เริ่มรับประทานอาหารจำพวกถั่วเหลือง หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทองแล้วมีอัตราการเป็นมะเร็งต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเต้านมสูงกว่าสตรีวัยทองในประเทศจีนหรือญี่ปุ่น ซึ่งคุ้นเคยกับการทานอาหารจำพวกถั่วเหลือง หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

  สำหรับในประเทศไทย นักวิจัยได้ทำการศึกษาสารที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนปริมาณมากจนประสบผลสำเร็จแล้วคือผลิตภัณฑ์จากกวาวเครือขาว แต่ประเทศญี่ปุ่นกลับได้จดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์จากกวาวเครือขาวไปก่อนทั้งที่นักวิจัยของไทยได้ค้นคิดมาก่อนเป็นเวลานาน

  ดร. นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ได้ทำการวิจัยน้ำมะพร้าวอ่อนที่มี ฮอร์โมนเอสโตรเจน ใกล้เคียงกับถั่วเหลือง และกวาวเครือขาว โดยใช้ความรู้ของภูมิปัญญาไทย ที่ว่า

  หากดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนขณะมีประจำเดือนจะมีผลทำให้ประจำเดือนหยุดหรือกลายเป็นประจำเดือนกะปริบกะปรอยและทำให้มีประจำเดือนครั้งต่อไปล่าช้ากว่าปกติ

  โดยทำการศึกษาวิจัย เรื่องผลของน้ำมะพร้าวอ่อนต่อการชะลอการเกิดพยาธิสภาพโรคอัลไซเมอร์ เป็นงานวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยจากสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประจำปี 2546-2548 และผลงานดังกล่าวได้รับความสนใจสูงในระดับนานาชาติ โดยได้รับคัดเลือกเป็นผลงานแบบโปสเตอร์ดีเด่น สาขาประสาทกายวิภาคศาสตร์ จากงานประชุมวิชาการกายวิภาคศาสตร์แห่งประเทศไทยประจำปี2549 ครั้งที่ 29

  “จากการทดลองพบว่าน้ำมะพร้าวอ่อนมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงและมีส่วนช่วยลดพยาธิสภาพของโรคอัลไซเมอร์ โดยใช้หนูขาวเพศเมียที่ถูกตัดรังไข่ออกทั้งสองข้างเป็นแบบจำลองแทนสตรีวัยทอง พบว่าหนูขาวเพศเมียที่ถูกตัดรังไข่ออกและได้รับนำมะพร้าวเป็นเวลา 5 สัปดาห์ มีพยาธิสภาพของโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่าหนูกลุ่มที่ไม่ได้รับน้ำมะพร้าว

  นอกจากนี้ยังพบว่าน้ำมะพร้าวอ่อนมีผลทำให้การสมานแผลเร็วขึ้น ทั้งยังไม่มีแผลเป็นอีกด้วย ซึ่งจะได้ศึกษาและพัฒนาให้เป็นยาเพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นอันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่แผลหายช้ากว่าปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน”

  จากความสำเร็จในครั้งนี้ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด ได้รับเชิญให้ไปให้คำแนะนำ ห้องปฎิบัติการเพื่อศึกษาการชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์โดยใช้สมุนไพร Nigella Sativa สมุนไพรพื้นเมืองของแถบเมดิเตอเรเนียน มีชื่อภาษาไทยว่า “เทียนดำ”ซึ่งมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ณ มหาวิทยาลัยปุตระ ประเทศมาเลเซีย และได้รับข้อเสนอให้ไปทำการวิจัยเรื่องดังกล่าวในห้องปฎิบัติการอันทันสมัยในมาเลเซีย

  ในเรื่องนี้ ดร.นิซาอูดะห์ เปิดเผยว่าได้ขอทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาให้น้ำมะพร้าวอ่อนเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง และยาเพื่อชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์และยาเพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นต่อไปในอนาคต และจะทำการจดสิทธิบัติเพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์สำหรับประเทศไทยต่อไป

  หากการศึกษาวิจัยประสบความสำเร็จจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่มะพร้าว และทำให้ชาวสวนมะพร้าวมีรายได้ดีขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกรรมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคใต้ เพราะมะพร้าวเป็นพืชเกษตรของภาคใต้ และยังเป็นการลดการนำสินค้า เครื่องสำอาง และยาเข้าจากต่างประเทศได้อย่างมาก
รู้ไว้นะออเจ้า มะม่วง ผลไม้มากประโยชน์

มะม่วง

มะม่วง ชื่อสามัญ Mango

มะม่วง ชื่อวิทยาศาสตร์ Mangifera indica L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Mangifera austroyunnanensis Hu) จัดอยู่ในวงศ์มะม่วง (ANACARDIACEAE)

มะม่วงจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย และถือว่าเป็นผลไม้ประจำชาติของประเทศอินเดีย ในบ้านเรานั้นมะม่วงจัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจซึ่งส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก

สำหรับพันธุ์มะม่วงนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์มาก โดยสายพันธุ์ที่แพร่หลายมากที่สุดเห็นจะเป็นพันธุ์เขียวเสวย แรด น้ำดอกไม้ อกร่อง ฟ้าลั่น โชคอนันต์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นก็จะมีรสชาติและลักษณะแตกต่างกันออกไป

ประโยชน์ของมะม่วงที่เราเห็นเป็นประจำก็คงจะไม่พ้นการนำมารับประทานเป็นผลไม้สดทั้งดิบและสุก หรือมีการไปทำเป็นอาหารว่างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงน้ำปลาหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง พายมะม่วง และนำไปใช้ประกอบอาหาร เช่น ใส่น้ำพริก ยำ ส้มตำ ส่วนยอดอ่อนหรือผลอ่อนก็สามารถนำมาประกอบอาหารแทนผักได้ด้วย เป็นต้น

สำหรับข้าวเหนียวมะม่วงนั้นจะมีแคลอรีสูงเพราะประกอบไปด้วยน้ำตาล ไขมันจากกะทิเป็นหลัก ผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวมีสุขภาพดี การรับประทานข้าวเหนียวมะม่วงจึงไม่น่าจะมีปัญหาต่อสุขภาพ แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน การรับประทานข้าวเหนียวมะม่วงอาจจะไปทำให้น้ำตาลและไขมันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาก็คือน้ำหนักตัวเพิ่ม ความดันสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามรับประทานเสียทีเดียว แต่การรับประทานก็ควรรับประทานอย่างระวัง และพิจารณารับประทานให้พอดีกับสุขภาพก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด

สรนรพคุณของมะม่วง

  1. รับประทานมะม่วงก็ช่วยทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวาได้เหมือนกัน
  2. มะม่วงมีวิตามินซีสูง จึงช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี
  3. มะม่วงมีวิตามินเอ วิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  4. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา เพราะอุดมไปด้วยวิตามินเอและเบตาแคโรทีน
  5. เป็นผลไม้ที่มีส่วนช่วยบำรุงร่างกาย
  6. ช่วยทำให้ผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้น
  7. ช่วยทำให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ ปรับสมดุลภายใน
  8. ผลมะม่วงดิบมีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  9. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ
  10. มีส่วนช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ รวมไปถึงต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
  11. ช่วยเยียวยาและรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ใบมะม่วงประมาณ 15 ใบ นำมาล้างให้สะอาด แล้วนำมาต้มในน้ำสะอาด 1 ถ้วย โดยใช้ไฟอ่อน ๆ นาน 1 ชั่วโมง ถ้าน้ำแห้งก็เติมเรื่อย ๆ เมื่อเสร็จแล้วนำมาตั้งทิ้งค้างคืนไว้ 1 คืน พอเช้าก็นำมากรองเอาแต่น้ำดื่มติดต่อกันประมาณ 3-4 วัน
  12. ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ด้วยการรับประทานผลสดแก่
  13. ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ด้วยการรับประทานผลสดแก่
  14. ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  15. ช่วยแก้โรคคอตีบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มรับประทาน
  16. แก้ซางตานขโมยในเด็ก ด้วยการใช้ใบมะม่วงพอประมาณนำมาต้มรับประทาน
  17. ช่วยรักษาอาการเยื่อปากอักเสบ จมูกอักเสบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มรับประทาน
  18. เปลือกมะม่วงของผลดิบ นำมาคั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือนและอาการปวดเมื่อยช่วงมีประจำเดือน
  19. เปลือกต้นมะม่วง นำมาต้มเอาน้ำดื่ม ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน
  20. ไฟเบอร์จากมะม่วงเป็นตัวช่วยสำหรับการย่อยอาหารและเผาผลาญพลังงาน
  21. แก้อาการท้องอืด ด้วยการนำใบสดประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้เมล็ดของมะม่วงสุกมาตากแห้งแล้วต้มเอาน้ำดื่ม หรือจะบดให้เป็นผงก็ได้แล้วนำมารับประทาน
  22. ช่วยแก้อาการบิด ถ่ายเป็นเลือด ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  23. ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  24. แก้อาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง ด้วยการนำใบสดประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม
  25. มีส่วนช่วยในการขับถ่าย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ด้วยการรับประทานมะม่วงสุก
  26. ช่วยขับปัสสาวะ ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  27. ช่วยขับพยาธิ ด้วยการใช้เมล็ดของมะม่วงสุกมาตากแห้งแล้วต้มเอาน้ำดื่ม หรือจะบดให้เป็นผงก็ได้แล้วนำมารับประทาน
  28. น้ำต้มกับใบมะม่วงสดประมาณ 15 กรัม ใช้ล้างบาดแผลภายนอกได้
  29. ใช้เป็นยาสมานแผลสด ด้วยการใช้ใบมะม่วงสดล้างให้สะอาดแล้วนำมาตำและพอกบริเวณที่เป็นแผล

ประโยชน์ของมะม่วง

  1. เนื้อไม้ของต้นมะม่วง สามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้
  2. ใช้ประกอบอาหารหรือใช้รับประทานเป็นของว่างได้หลากหลาย เช่น ทำน้ำพริก ยำมะม่วง ต้มยำ เมี่ยงส้ม หรือการทำเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน คั้นเป็นน้ำผลไม้ก็ได้เช่นกัน
  3. นำมาแปรรูปเป็นมะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงเค็ม น้ำแยมมะม่วง พายมะม่วง เป็นต้น
  4. ใบแก่ของมะม่วงใช้เป็นสีย้อมผ้าให้เป็นสีเหลือง
  5. ทรีตเมนต์บำรุงผิวหน้าด้วยการใช้มะม่วงสุกมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ จากนั้นใช้ช้อนบดขยี้เนื้อมะม่วงให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก จะทำให้ผิวหน้าดูสะอาดเกลี้ยงเกลา รูขุมขนดูกระชับ ผิวเรียบเนียนไร้รอยเหี่ยวย่น

คุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงดิบต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 60 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม
  • น้ำตาล 13.7 กรัม
  • เส้นใย 1.6 กรัม
  • ไขมัน 0.38 กรัม
  • โปรตีน 0.82 กรัม
  • วิตามินเอ 54 ไมโครกรัม 6%
  • เบตาแคโรทีน 640 ไมโครกรัม 6%
  • วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.67 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 6 0.12 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 9 43 ไมโครกรัม 11%
  • วิตามินซี 36 มิลลิกรัม 60%
  • ธาตุแคลเซียม 11 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.16 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโพแทสเซียม 168 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุสังกะสี 0.09 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)